กลุ่มอนาคตศึกษา>อ-การศึกษาภาพอนาคตความยากจนในเมืองหลักภูมิภาคของประเทศไทย-อนรรฆ พิทักษ์ธานิน
อ-การศึกษาภาพอนาคตความยากจนในเมืองหลักภูมิภาคของประเทศไทย-อนรรฆ พิทักษ์ธานิน
ผู้วิจัย : นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน และ นางสาวศิริภัสสร์ พึ่งความสุข   โพสต์ เมื่อ 19 กรกฎาคม 2022

การศึกษาภาพอนาคตความยากจนในเมืองหลักภูมิภาคของประเทศไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มความเปลี่ยนแปลง และคาดการณ์ภาพอนาคตความยากจนในเมืองหลักภูมิภาคของไทยตลอดจนพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนในอนาคตที่จะส่งผลกระทบต่อความยากจนในเมืองหลักภูมิภาค งานศึกษาชิ้นนี้ใช้การศึกษาอนาคตศึกษา (futures studies) มาเป็นกรอบในการวิจัย เพื่อการวิเคราะห์ คาดการณ์ และอธิบายความเปลี่ยนแปลงในอนาคต มีขอบเขตการศึกษาในเมืองหลักภูมิภาคของประเทศไทย 3 เมือง ได้แก่ เมืองขอนแก่น เมืองสงขลา-หาดใหญ่ และเมืองเชียงใหม่

ผลการศึกษาพบว่าในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า เมืองหลักภูมิภาคของไทยจะพบกับแนวโน้มทั้งการเปลี่ยนแปลงทางประชากรที่ครัวเรือนจะมีขนาดเล็กลง ความเป็นชุมชนที่เสื่อมถอย ความสําคัญของดิจิทัลและความรู้ทางดิจิทัลกับการทํางานที่เพิ่มความสําคัญมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการทํางานและจ้างงานและการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ ที่จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงและความเปราะบางในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการแทนที่แรงงานของเทคโนโลยีและการเกาะเกี่ยวทางสังคมที่ลดน้อยลง ที่จะส่งผลต่อความยากจนในเมืองหลักภูมิภาค ที่จะมีมิติของความยากจนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางเครือข่ายสังคม และมิติในการเข้าถึงงานและรายได้

นอกจากนี้ แม้ผลการศึกษาจะสะท้อนให้เห็นอนาคตที่พึงประสงค์ (preferable future) ของเมืองหลักภูมิภาคแต่ละเมืองที่มีความแตกต่างกัน กล่าวคือ เมืองสงขลา-หาดใหญ่ และเมืองเชียงใหม่ เลือกฉากทัศน์ที่เทคโนโลยียังไม่สามารถแทนที่แรงงานได้ทั้งหมดและสภาวะของการเกาะเกี่ยวทางสังคมที่สูง และเมืองขอนแก่นเลือกฉากทัศน์ที่การเกาะเกี่ยวทางสังคมที่หายไปพร้อมกับการแตกย่อยของความเป็นปัจเจกบุคคลและเทคโนโลยียังไม่สามารถแทนที่แรงงานได้ทั้งหมด หากแต่ภาพอนาคตที่พึงประสงค์ดังกล่าวก็ได้นําไปสู่เป้าหมายทางยุทธศาสตร์จากอนาคตอันพึงประสงค์ที่มีจุดเน้นสําคัญร่วมกันในการสร้างความยืดหยุ่นและการรับมือกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนจากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว เพื่อให้ประชากรยากจนหรือประชากรที่เกือบจนในเขตเมืองสามารถมีรายได้ที่สม่ําเสมอและเพียงพอกับการดําเนินชีวิตมากยิ่งขึ้น อันประกอบไปด้วยยุทธศาสตร์ที่สําคัญ 4 ประการ คือ หนึ่ง การสร้างสภาพตลาดแรงงานในเมืองหลักภูมิภาคให้มีความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากผลกระทบจากการแทนที่ของเทคโนโลยี สอง การยกระดับทักษะทางเทคโนโลยีและการเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในเมืองหลักภูมิภาค สาม การสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายทางสังคมและความเอื้ออาทรในฐานะตาข่ายปลอดภัยทางสังคม และ สี่ การสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครดิตฉุกเฉิน

This study aims to study and analyze the likelihood of change in Thailand’s poverty situation and predict the future of the overall situation of poverty in Thailand’s major regional cities. It also seeks to provide policy recommendations to cope with changes and uncertainties in the future that have an effect on poverty in the regional cities. This study applies future studies framework to analyze, predict, and explain future changes of three major regional cities of Thailand which is the scope of this study—Khon Kaen, Songkla-Hat Yai, and Chiang Mai.

This study shows that in 20 years, regional cities in Thailand will trend toward facing changes in its population with its household size shrinking and its sense of community decreasing. The changes in the increased importance of digital technologies and digital literacy in workplace, in the change of work and employment, and in climate change will cause new forms of risk and vulnerability, especially in the risk of workers replacement with technologies and decreased social cohesion. This will result in the increase of poverty in regional cities in aspects of economic, social network, and employment.

The study shows different preferable futures of each major regional cities. For Songkla-Hat Yai and Chiang Mai, their preferable futures consist of only partial technological replacement of workers with high social cohesion. Meanwhile, the preferable future of Khon Kaen consists of partial technological replacement of workers and the replacement of social cohesion with increasing individualism. Despite their differences, each regional cities preferable futures lead to the same four vital strategic goals in improving flexibility and risk management caused by rapid technological changes to ensure more stable and adequate income for its impoverished and vulnerable populations. The four strategies include: one, creating labor market in regional cities to become flexible and to lessen the effects of technological replacement; two, increasing digital literacy and access to digital technology in these cities; three, strengthening social network and compassion as social safety nets; and four, assisting access of finance and emergency credit.