กลุ่มนโยบายสาธารณะและกฎหมาย>ศ-การพัฒนาธุรกิจชุมชนด้วยโซ่อุปทานการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูง-ศิริพร กิรติการกุล
ศ-การพัฒนาธุรกิจชุมชนด้วยโซ่อุปทานการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูง-ศิริพร กิรติการกุล
ผู้วิจัย : รศ.ดร.ศิริพร กิรติการกุล และคณะ   โพสต์ เมื่อ 06 มิถุนายน 2022

โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาธุรกิจชุมชนด้วยโซ่อุปทานการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาต้นแบบธุรกิจชุมชนจากพืชและสัตว์เศรษฐกิจที่อยู่ร่วมกับป่าและมีการบริหารจัดการด้วยโซ่อุปทานการผลิต 2) เพื่อพัฒนาและสร้างการมีส่วนร่วมยุวชนเกษตรให้เป็นโซ่ข้อในธุรกิจชุมชนบนพื้นที่สูง 3) เพื่อนำเสนอเชิงนโยบายในการพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจ สังคมและภูมินิเวศพื้นที่สูง ทำการรวบรวมข้อมูลเศรษฐกิจ สังคม ระบบเกษตรผสมผสานของชุมชนใน 7 อำเภอ ประกอบด้วย สองแคว แม่จริม ท่าวังผา ปัว ภูเพียง สันติสุข และนาหมื่น จังหวัดน่านที่มีความพร้อมในการลงทุน และรวมกลุ่มเกษตรกรพัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน โดยชุมชนได้คัดเลือกกาแฟ โกโก้ และโคเนื้อ เป็นตัวแทนของพืชและสัตว์เศรษฐกิจเป็นตัวแทนของสินค้าเกษตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นอาชีพ ผลการศึกษา พบว่า

ต้นแบบธุรกิจชุมชนกาแฟมีการรวมกลุ่มเกษตรกรบ้านน้ำพัน 41 ครัวเรือน จัดการธุรกิจด้วยโซ่อุปทาน 5 ห่วงโซ่ สร้างแบรนด์ “กาแฟบ้านป่า”จากอัตลักษณ์ของพื้นที่ปลูก ระบบปลูกร่วมกับป่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างจุดขายด้วยคุณภาพที่แตกต่าง ชุมชนได้รับการจัดการองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าและอัตราผลตอบแทนการลงทุน โดยโซ่ที่1 การผลิตกาแฟสุก ผลผลิตเพิ่มจาก 1,305 ตัน/ปี เป็น 1,500 ตัน/ปี มูลค่าเพิ่มเป็น 26,100,000 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 55.45 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.85) โซ่ที่ 2 การรวบรวมผลสุก มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 25,375,000 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 5.16 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.31) โซ่ที่ 3 การแปรรูปกาแฟกะลา มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 2,903,050 บาท/ปี อัตราผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10.23 (เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.00) โซ่ที่ 4 การแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วมีมูลค่าธุรกิจ 232,928 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 59.16 และโซ่ที่ 5การตลาดมีมูลค่าธุรกิจ 232,928 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 24.10 ในปีการผลิต 2564 ธุรกิจชุมชนกาแฟมีมูลค่าเศรษฐกิจในพื้น 27,784,660 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 3,987,742 บาท (เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.76 )

การพัฒนาธุรกิจชุมชนโกโก้มีรวมกลุ่มเกษตรกรจาก 5 ชุมชน จำนวน 24 ราย บริหารจัดการธุรกิจด้วยโซ่อุปทาน 5 ห่วงโซ่ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโซ่อุปทานการผลิต โดยโซ่ที่ 1 การผลิตโกโก้ของชุมชนมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 905,760 บาท/ปี อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ร้อยละ 18.16 โซ่ที่ 2 การรวบรวมผลโกโก้ ดำเนินการโดยสหกรณ์การเกษตรมูลค่า 1,047,840 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 8.86 โซ่ที่ 3 การแปรรูปเมล็ดโกโก้แห้งมูลค่า 106,560 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 8.94 โซ่ที่ 4 การแปรรูปเมล็ดโกโก้แห้งเป็นผลิตภัณฑ์โกโก้มูลค่า 38,991 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 18.18 และโซ่ที่ 5 การตลาดมูลค่า 61,846 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 31.83 การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจชุมชนตลอดโซ่อุปทานการผลิตโกโก้มูลค่าเศรษฐกิจในพื้น 213,732 บาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.49 มูลค่าเศรษฐกิจเดิม

ต้นแบบชุมชนโคเนื้อ รวมกลุ่มเกษตรกร 103 รายจาก 6 ชุมชน บริหารจัดการธุรกิจด้วย 3 ห่วงโซ่ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโซ่การผลิตชุมชนมีขนาดฝูงโค จำนวน 1,200 ตัว แยกเป็นโคแม่พันธุ์ 572 แม่เพื่อผลิตลูกโคและโคเนื้อขุน การจัดการองค์ความรู้ด้านการจัดการพันธ์ อาหาร และสุขศาสตร์สัตว์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจาก ส่งผลให้จำนวนโคมีการจัดการร่วมกันเพิ่มขึ้นจาก 286 ตัว เป็น 343 ตัว และโคขุนจาก 176 ตัว เพิ่มขึ้นเป็น 211 ตัว ชุมชนมีกำไร 2,858,516 บาท และมีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนร้อยละ 53.18 โซ่การรวบรวมชุมชนรวบรวมโคขุนมีชีวิต 211 ตัว และลูกโคเพศผู้ 171 ตัว มูลค่าธุรกิจ 7,340,884 บาท อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนร้อยละ 3.48 และ โซ่การตลาด ชุมชนเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการตลาดปริมาณธุรกิจ 7,911,841 บาท มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนร้อยละ 3.39 การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจชุมชนตลอดโซ่อุปทานการผลิตโคเนื้อมูลค่าเศรษฐกิจในพื้น 1,701,234 บาท หรือเพิ่มร้อยละ 24.17 ของมูลค่าเศรษฐกิจเดิม สำหรับการพัฒนาและสร้างการมีส่วนร่วมยุวชนเกษตรจำนวน 104 ราย ให้เป็นโซ่ข้อต่อพัฒนาธุรกิจชุมชนเกษตรด้วยการออกแบบกิจกรรมเชิงปฏิบัติเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะการเป็นผู้ประกอบการด้วยการออกแบบโมเดลธุรกิจ (Business Model Canvas) 3) สร้างสื่อประชาสัมพันธ์ รวมถึงแปรรูป สร้างแบรนด์ และทำการตลาด พบว่า ธุรกิจชุมชนกาแฟมีเยาวชนบ้านน้ำพัน 10 ราย แปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟคั่ว 3 ชนิด ทำการตลาดในพื้นที่และตลาดออนไลน์ สร้างปริมาณธุรกิจ 232,928 บาท กำไร 56,135 บาท ผลตอบแทนการลงทุนร้อยละ 24.10 ธุรกิจชุมชนโกโก้มีเยาวชนบ้านน้ำพัน และบ้านปางปุก จำนวน 3 ราย สร้างปริมาณธุรกิจ 61,485 บาท มีกำไร 21,269 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุน ร้อยละ 34.59 ธุรกิจชุมชนโคเนื้อมีเยาวชนบ้านปางช้าง และบ้านศิลาเพชร จำนวน 5 รายทำการตลาดโคมีชีวิตและตลาดออนไลน์สร้างปริมาณธุรกิจ 1,127,156 บาท มีกำไร 349,516 บาท อัตราผลตอบแทนการลงทุนร้อยละ 31.01 โดยเยาวชนมีสมรรถะและทักษะ 4 ด้าน ได้แก่ 1) เยาวชนร้อยละ 17 มีสมรรถนะด้านดิจิตัล 2) เยาวชนร้อยละ 17 มีสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์ 3) เยาวชนร้อยละ 30 มีสมรรถนะเชิงสังคม/วัฒนธรรม และ 4) เยาวชนร้อยละ 30 มีสมรรถนะด้านจิตสาธารณะ

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาการพัฒนาธุรกิจชุมชนบนพื้นที่สูง ประกอบด้วย 1) ระบบเกษตรพื้นที่สูงควรไปสู่พืชและสัตว์เศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงสร้างความจำเพาะ (niche crop) 2) พืชและสัตว์เศรษฐกิจต้องมีศักยภาพในการจัดการโซ่อุปทานการผลิตด้วยการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายเกษตรกร 3) ธุรกิจชุมชนเกษตรบนพื้นที่สูงมีข้อจำกัดของพื้นที่และมีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าการผลิตพื้นที่ราบธุรกิจ ชุมชนควรแข่งขันด้วยคุณภาพมากกว่าปริมาณและสร้างอัตลักษณ์เพื่อสร้างตลาดเฉพาะ 4) ธุรกิจชุมชนเกษตรควรได้รับการสนับสนุนด้านการตลาดต่อเนื่อง และเชื่อมโยงการตลาดอย่างเป็นระบบ ทั้งตลาดภายในและตลาดส่งออก จากการเป็นจังหวัดการค้าชายแดน 5.) แรงงานและทักษะแรงงานของคนรุ่นถัดไป จะทำงานทางการเกษตรไม่เต็มเวลา ขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนแรงงานจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญของการขยายพื้นที่ 6) การพัฒนาให้ธุรกิจชุมชนโคเนื้อมีความยั่งยืนควรมีการการสร้างแรงจูงใจ ผ่านโครงการภาครัฐ เช่น โครงการธนาคารโคกระบือ โครงการการเลี้ยงโคเนื้อแปลงใหญ่ เป็นต้นเพื่อลดต้นทุนการผลิต 7) การใช้ประโยชน์พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 และ 2 ควรการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาครัฐและชุมชนเพื่อลดความขัดแย้งกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชนใช้ประโยชน์และดูแลป่าได้ถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Research project entitled the community business development by agriculture product supply chain aimed 1.) to establish the community business model for an integrated agricultural system of economic plants and animals together with forest management under supply chain, 2) to develop agricultural youth to fulfil the network link of community business in upland sites, 3) to propose policy recommendations for a career development suitable for socio-economic and upland landscape ecology. According to socio-economic data collection, the integrated farming system of 7 districts consist of Song Khwae, Mae Charim, Tha Wang Pha, Pao, Puphaeng, Santisuk, Na Muene in Nan Province is ready to be invested. The farmers’ association were required to be established to develop community business by choosing coffee, cocoa, and beef cattle to be economic plants and livestock. The results showed that

Community coffee business, 41 farmer households in Ban Nampan formed a group to manage 5 supply chains of coffee. The brand “Coffee banpa” was created from an upland identity and its selling points for quality coffee which is different from other competitors and had got GMP certification. Knowledge management and technology were applied to create value-added products and increase the return on investment. The cherry coffee chain increased from 1,305 ton/year to 1,500 ton/year, its values expanded to 26,100,000 Baht, the return on investment was 55.45% (10.85% increase). The second chain, the cherry coffee aggregation, business valuation extended to 25,375,000 Baht, the return on investment was 5.16% (0.31% increase). The parchment coffee processing chain, business valuation extended to 2,903,050 Baht/year, the return on investment was 10.23% (5.00% increase). The roasted coffee processing chain valued 232,928 Baht; the return on investment was 59.16%. The marketing chain valued 232,928 Baht; the return on investment was 24.10%. Community coffee business is a business model for taking potential plants both production and marketing to create the jobs and caused a community economy for 27,784,660 Baht/year, 3,987,742 Baht increase (16.76% increase).

Cocoa community business, 24 farmers from 5 communities managed 5 supply chains for the change. The first chain, producers, the production increased up to 905,760 Baht/year, the return on investment was 18.16%. The second chain, the cocoa aggregation operated by Agricultural Co-operatives, its valued 1,047,840 Baht, the return on investment was 8.86%. The third chain, the dried cocoa processing was worth for 106,560 Baht, the return on investment was 8.94%. The fourth chain, Raw Dried CaCao Beans to Cocoa community products valued 38,991 Baht, the return on investment was 18.18%. The fifth chain, marketing was worth for 61,846 Baht, the return on investment was 31.83%. The change in community business throughout cocoa supply chain, valued 213,732 Baht/year or 26.49 % increase from previous economic value.

Beef cattle community business model, 103 farmers from 6 communities got together to manage 3 supply chains to make a change. The producer supply chain, there were 1,200 cattle, 572 were breeders. Knowledge management in genetic improvement, feed, and animal hygiene was conducted to increase production efficacy. This made Calves raise from 286 to 343 while Beef cattle increase from 176 to 211, making 7,340,884 Baht in profit and the return on investment was 3.48 %. The aggregation chain, communities had 211 live beef cattle and 171 male calves, valued 7,340,884 Baht and the return on investment was 3.48 %. The marketing chain, there was a connection between community and distributors, worth 7,911,841 Baht, the return on investment was 3.39%. The change in community business throughout cattle supply chain, valued 1,701,234 Baht or 24.17% increase from previous economic value.

According to the competency improvement, 104 agricultural youth from communities were trained to be the linkers for agricultural community business by the practical activities for competency and skill improvement. After that, they were able to design a Business Model Canvas, create online advertising media, product processing, branding, and marketing. There were 10 coffee community business for Nampan village, 3 roasted coffees were produced. On-site and online marketing generated 232,928 Baht, 56,135 Baht in profit, the return on investment was 24.10%. There were 3 cocoa community business in Ban Nampan and Ban Pang puk, valued 61,485 Baht, 1,269.26 Baht in profit, the return on investment was 34.59%. There were 5 cattle community business in Ban Pang Chang and Ban Silaphet, the live cattle market valued 1,127,156 Baht, 349,516 Baht in profit, the return on investment was 31.01%. The youth have gained competency and skill enhancement such as Digital Competency (17%), 2) Analytical Thinking Competency (17%), 3) Social and Cultural Competence (30 %), and 4) Public Mind Competence (30%).

Policy Recommendations for agricultural business development in upland areas are, 1.) upland agriculture system should be the economic plants and livestock which can make a niche crop, 2.) these economic plants and livestock must have a potential in supply chain management by farmer groups and their network, 3.) The limitation of upland agricultural community business are land characteristics and higher cost of investment, villagers should generate better quality of products can create identity products instead of competing in quantity, 4.) These agricultural community businesses should be continuously supported and systematically connected to markets both in country and export because it is border trade province. 5.) Next generations of labor prefer to do part-time job, this leads to labor shortage. The labor cost is the major limiting factor for planting expansion. 6.) The sustainable development of cattle community business should make a motivation via government projects to reduce cost such as The Royal Cattle and Buffalo Bank, Large scale Cattle Project. 7) The participation in the utilization of Watershed classification 1 and 2 between community and government sector should be implemented to reduce the conflict. Villagers can legally get benefit and take a good care of forest as well as perform environmental-friendly agriculture activities.


เอกสารวิจัย
ดูเพิ่มเติม
น-การพัฒนารูปแบบการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ชุมชนเมืองแออัด ในประเทศไทย: การมีส่วนร่วมของชุมชน (ระยะที่ 1)-นงเยาว์ เกษตร์ภิบาล และคณะ
28 มิ.ย.
ก-ผลของการจัดการการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อธุรกิจ ชุมชน และผู้เยี่ยมเยือน กรณีศึกษาย่านเมืองเก่า จังหวัดภูเก็ต-กุลดา เพ็ชรวรุณ
28 มิ.ย.
อ-ผลของการจัดการการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ต่อธุรกิจ ชุมชน และผู้เยี่ยมเยือน-อัครพงศ์ อั้นทอง และกันต์สินี กันทะวงศ์วาร
28 มิ.ย.
[รายงานฉบับสมบูรณ์] ความพร้อมของภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดบริการสาธารณะเพื่อรองรับการท่องเที่ยวในเขตอำเภอชายแดน กรณีศึกษาอำเภอเชียงของและอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
15 มิ.ย.