กลุ่มอนาคตศึกษา>อ- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทยโครงการย่อยที่ 2-2 - การไร้บ้านในเมือง-อนรรฆ พิทักษ์ธานิน
อ- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทยโครงการย่อยที่ 2-2 - การไร้บ้านในเมือง-อนรรฆ พิทักษ์ธานิน
ผู้วิจัย : นายอนรรฆ พิทักษ์ธานิน   โพสต์ เมื่อ 13 เมษายน 2021

งานศึกษา คนเมือง 4.0: อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย โครงการย่อยที่ 2-2 อนาคตการไร้บ้านในเมือง มีเป้าหมายสำคัญในการใช้วิธีการทางอนาคตศึกษา (foresight study) และวิธีการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์ด้วยกรอบ STEEPV ในการวิเคราะห์ปัจจัยขับเคลื่อน แนวโน้มความเปลี่ยนแปลง และสร้างภาพอนาคตของการไร้บ้านในกรุงเทพมหานครฯ ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านในอนาคต ตลอดจนการเสนอแนะบนฐานการวิจัยเพื่อพัฒนายุทธศาสตร์และแนวนโยบายในการเตรียมความพร้อมรับมือกับการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านและความเสี่ยงต่อการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านภายใต้ความเปลี่ยนแปลง ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองในอนาคต

งานศึกษาชิ้นนี้ได้กำหนดขอบเขตการศึกษาให้อยู่ในช่วงการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านหรือภาวะก้ำกึ่งต่อการไร้บ้าน (proto-homelessness) อันเป็นเป็นภาวะที่สะท้อนความเปราะบางของเมืองที่สัมพันธ์กับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม พื้นที่ และการอยู่อาศัยของเมืองในอนาคตได้อย่างชัดเจน รวมถึงมีความสำคัญในฐานะช่วงรอยต่อระหว่างความเสี่ยงต่อภาวะไร้บ้านและการไร้บ้านถาวร และเป็นภาวะที่ปรากฏการไร้บ้านแบบชั่วคราว (temporary homelessness) ซึ่งมีแนวโน้มการไร้บ้านในลักษณะนี้เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ

ผลการศึกษาพบว่าแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานครในอนาคต อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมในเขตเมืองที่เพิ่มมากขึ้น ค่าครองชีพและที่อยู่อาศัยในเมืองที่เพิ่มสูงขึ้น การเพิ่มจำนวนของครัวเรือนตัวคนเดียว (one-person household) การเข้าสู่สังคมสูงวัยและผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว ความเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในการผลิต ความไม่แน่นอนทางรายได้และการทำงาน และพื้นที่พึ่งพิงทางสังคมที่ลดน้อยลง จะส่งผลให้เกิดความเปราะบางที่เพิ่มมากขึ้นของประชากรในเมืองและตาข่ายปลอดภัยทางสังคม (social safety net) ที่ลดน้อยลงอันเป็นพื้นฐานของแนวโน้มการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านและประชากรในภาวะก้ำกึ่งต่อภาวะไร้บ้านที่จะเพิ่มมากขึ้น และเป็นภาพอนาคตฐาน (baseline future) ของการไร้บ้านในเมือง อันมีทิศทางตรงกันข้ามกับภาพอนาคตที่พึงประสงค์ (preferable future) ที่ได้จากการประเมินผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการและภายใต้กรอบของความเสมอภาค (equity) ความยั่งยืน (sustainability) และประสิทธิภาพ (efficiency) อันมีสาระสำคัญอยู่ที่เมืองยังสามารถเป็นที่พึ่งพิงและสร้างตาข่ายปลอดภัยทางสังคมให้กับกลุ่มเปราะบางทางสังคมได้อันส่งผลให้ภาวะไร้บ้านและภาวะก้ำกึ่งต่อการไร้บ้านจะมีจำนวนและความเสี่ยงไม่มากนัก 

ข้อเสนอแนะทางยุทธศาสตร์ของงานศึกษาชิ้นนี้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเมืองที่ส่งผลต่อภาวะไร้บ้านในอนาคต และการเปลี่ยนภาพอนาคตฐานและแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านในเมืองมาสู่ภาพอนาคตที่พึงประสงค์ของการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านในเมือง คือ ยุทธศาสตร์การปรับบทบาทและความหมายของรัฐในการจัดการภาวะไร้บ้านและภาวะก้ำกึ่งต่อการไร้บ้านภายใต้ความพลิกผันของเมืองในอนาคต ที่ตั้งอยู่บนฐานคิดที่ว่าจากแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่มีลักษณะของความไม่แน่นอนที่สูงและมีแนวโน้มของความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ภาครัฐและระบบราชการจะไม่สามารถรับมือได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นที่จะต้องปรับบทบาทและตำแหน่งแห่งที่ของภาครัฐ และจัดความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับภาคประชาสังคมภายใต้สัญญาประชาคมใหม่ (new social contract) ที่เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนที่มีความยืดหยุ่นได้เข้ามาจัดการรับมือกับปัญหาที่จะส่งผลต่อภาวะไร้บ้านในอนาคต อันมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ย่อยประกอบไปด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 ระบบที่อยู่อาศัยครบวงจรเพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะไร้บ้านถาวร ยุทธศาสตร์ที่ 2 ตาข่ายปลอดภัยป้องกันการเข้าสู่ภาวะไร้บ้าน และยุทธศาสตร์ที่ 3 ขยายความเป็นส่วนรวม (sense of common) ในพื้นที่ของเมือง

The Future of Homelessness, a subproject under Urbanites 4.0: The Futures of Thai Urban Life employs foresight study methodology and STEEPV, the strategic foresight tool, to analyse drivers, trends, and to build future scenarios of homelessness in Bangkok which indicate changes in the trends on the entry into homelessness in the future. All of these include the recommendations based on the research conducted to develop strategies and policy pathways to respond to the risk of entry and the entry into homelessness under changes, insecurity, and socioeconomic and political instability of the future.

This study identifies the area of studies to be during the stage of proto-homelessness which is a stage that unequivocally reflects urban vulnerability associated with changes in the socioeconomic, space, and dwelling in the future urban life. The stage of proto-homelessness is significant since it is a transitional stage between the risk of homelessness and chronic homelessness. It is also the stage in which temporary homelessness emerges, which is a trend that is surging in several countries.

Results from the study found a number of trends on the changes of Bangkok in the future which include higher socioeconomic inequality in the urban area, higher cost of living and housing, the increase of one-person household, the entry into ageing society and the elderly living alone, technological change in production process, work and income insecurity, and the reduction in public space. These will result in increased vulnerability of the urban population and decreased safety net which are foundational to predisposition of the entry into homelessness and the increase in the population in the stage of proto-homelessness. This is also the baseline future of the future of urban homelessness which stands in the opposite direction from the preferable future assessed through workshops under the equity, sustainability and efficiency framework. The essence of this lies in the city being able to provide safety net and able to accommodate the vulnerable which will lessen the risk of homelessness and proto-homelessness.

Policy recommendations of this study aims to respond to urban changes which will affect homelessness in the future and to alter the baseline future and trends of the changes of the entry into homelessness in the urban area into the preferable future of the entry into homelessness. Such is the strategy on redefinition of state’s role and meaning in the management of homelessness and proto-homelessness under the uncertainty of the urban future. The strategy is based on the trends of future changes which are eminently uncertain and are predisposed to novel and abrupt risks that the state and its bureaucratic system will not be able to comprehensively and effectively deal with. Thus, it is necessary to redefine role and position of the state and to redefine the relations between the state and the civil society under a new social contract which will pave the way for the more flexible civil society and private sector to handle issues that are going to impact future homelessness. The sub-strategies are the following: 1) Comprehensive housing system to lessen risk of entry into chronic homelessness 2) Safety net that prevents entry into homelessness and 3) Strengthening sense of the common in the urban area.