กลุ่มอนาคตศึกษา>อ- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย โครงการย่อยที่ 1 - การเกิดในเมือง-อภิวัฒน์ รัตนวราหะ
อ- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย โครงการย่อยที่ 1 - การเกิดในเมือง-อภิวัฒน์ รัตนวราหะ
ผู้วิจัย : รศ.ดร. อภิวัฒน์ รัตนวราหะ   โพสต์ เมื่อ 13 เมษายน 2021

หัวหน้าโครงการ: รศ.ดร.อภิวัฒน์ รัตนวราหะ
สังกัด: คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลุ่มการศึกษา: อนาคตศึกษา
ระยะเวลาดำเนินงาน: 12 เดือน (เม.ย. 2562 – เม.ย. 2563)
ปีที่ดำเนินโครงการภายใต้แผนงานฯ: ปีที่ 1

บทคัดย่อ

โครงการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อคาดการณ์ทางเลือกของภาพอนาคตของการเกิดในเมืองอีก 20 ปีข้างหน้า โดยเน้นการเจริญพันธุ์และการตัดสินใจมีบุตรของคนเมือง

จากการกวาดสัญญานแนวโน้มและปัจจัยที่ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านนี้พบว่า ปัจจัยขับเคลื่อนด้านการเกิดและการเจริญพันธุ์โดยปัจจัยขับเคลื่อนที่ส่งผลต่อแนวโน้มสําคัญที่มีผลต่อการมีบุตรที่เห็นได้ชัด 5 ประการ คือ (1) การเพิ่มพลังอํานาจของสตรี (2) สุขภาพและสถานะของเด็กดีขึ้น (3) รายได้และความมั่งคั่งของผู้หญิงที่เพิ่มมากขึ้น (4) วัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางสังคมเปลี่ยนไป และ (5) ทัศนคติต่อการมีบุตรของคนเจเนอเรชันวาย

ภาพอนาคตฐานของการเกิดในเมืองตามแนวโน้มเดิมมีอยู่ 5 ภาพ ได้แก่ (1) การเจริญพันธุ์น้อยลงเป็นเมกะเทรนด์ระดับอารยธรรมมนุษย์ (2) ผู้ชายเป็นตัวละครที่หายไปในเรื่องการเจริญพันธุ์ (3) ความเหลื่อมล้ําด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์(4) การเจริญพันธุ์ของแรงงานต่างด้าว และ (5) เมืองกินเด็ก

ในการสร้างฉากทัศน์อนาคตของการเกิดในเมือง ปัจจัยขับเคลื่อน 2 ประการที่เลือกมาใช้เป็นตรรกะฉากทัศน์ได้แก่การใช้เทคโนโลยีเพื่อการเกิดและเลี้ยงดูเด็ก และ ทัศนคติเกี่ยวกับการตัดสินใจในการมีบุตร เมื่อนําแกนปัจจัยทั้งสองเมื่อไขว้กันแล้ว จะสามารถสร้างเป็นฉากทัศน์อนาคตของการเกิดในอนาคตได้4 ฉาก ได้แก่ (1) ครรภ์ออร์แกนิก (Organic wombs): การเกิดโดยธรรมชาติในกรอบค่านิยมเสรีนิยม (2) ครรภ์เลือกได้(Eugenic wombs): การเกิดด้วยเทคโนโลยีเข้มข้นในกรอบค่านิยมเสรีนิยม (3) ครรภ์ชาตินิยม (Nationalist wombs): การเกิดด้วยเทคโนโลยีเข้มข้นในกรอบค่านิยมชุมชนนิยม และ (4) ครรภ์ก้าวหน้า (Progressive wombs): การเกิดโดยธรรมชาติในกรอบค่านิยมแบบชุมชนนิยม

จากภาพอนาคตข้างต้น จึงได้ข้อเสนอเชิงนโยบายในด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปการสําหรับการมีบุตรด้านภาษีและการเงิน ด้านการทํางานและสถานที่ทํางาน ด้านการศึกษา และด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

Abstract

The main objective of this research is to explore alternative futures of urban birth in Bangkok in the next 20 years, with an emphasis on fertility and the decision to have children.

The results from horizon scanning indicates that five key drivers are affecting birth and fertility, namely: (1) empowerment of women; (2) improved health and status of children; (3) increasing income and wealth of women; (4) culture and social norms have changed, and (5) attitudes towards child bearing and rearing of GenY people. 

The baseline future thus includes 5 trends: (1) Decreasing fertility in as the megatrend of human civilization; (2) Men are the missing actor in the fertility dialogue; (3) inequality in using assisted reproductive technology; (4) the fertility of foreign workers; and (5) child-devouring cities.

In building future scenarios of urban birth in the Bangkok Metropolis, two driving factors that arechosen as the scenariologics, i.e., theuseof technology for child bearing and rearing and the values underlying decisions on child bearing and rearing. Four future scenes are thus created, i.e., (1) Organic wombs: natural child bearing and rearing within the liberal value framework; (2) Eugenic wombs: Intensive use of technology in child bearing and rearing within the liberal value framework; (3) Nationalist wombs: Intensive use of technology in child bearing and rearing within the communitarian value framework; and (4) the progressive wombs: natural child bearing and rearing within the communitarian value framework.

Several key aspects of policy options are suggested, based on the future scenarios, including creating better environment and public facilities for child bearing and rearing, tax and financial incentives, improving work and workplace conditions, providing education, and providing access toassisted reproductive technologies.