กลุ่มอนาคตศึกษา>ป- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย โครงการย่อยที่ 4 - การเดินทางในเมือง-เปี่ยมสุข สนิท
ป- คนเมือง 4.0 : อนาคตชีวิตเมืองในประเทศไทย โครงการย่อยที่ 4 - การเดินทางในเมือง-เปี่ยมสุข สนิท
ผู้วิจัย : ดร.เปี่ยมสุข สนิท   โพสต์ เมื่อ 13 เมษายน 2021

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการขนส่งมีผลต่อการเดินทางในเมือง ในปัจจุบันนวัตกรรมด้านการขนส่งที่สําคัญคือ ระบบบริการร่วม (sharing) ธุรกิจบริการรถส่วนบุคคลร่วมโดยสารผ่านแอปพลิเคชัน (ride-hailing service) เป็นนวัตกรรมด้านการขนส่งที่กําลังได้รับความนิยมและกลายเป็นวิถีในชีวิตประจําวันของคนเมืองทั่วโลก นําไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งตามแนวคิดการขนส่งฐานบริการ หรือ Mobility as a Service (MaaS) ร่วมกับเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ (autonomous driving) และเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้า (electrification) เทคโนโลยีเหล่านี้จําเป็นต้องมีการรองรับด้านกฎหมายและระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบใหม่ที่ภาครัฐต้องดําเนินการพัฒนา การศึกษาอนาคตการเดินทางของคนเมืองจึงสําคัญอย่างยิ่ง งานวิจัยนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อนําเสนอสถานการณ์ในภาพรวมการเดินทางของคนเมือง คําถามวิจัย คือ สถานการณ์การเดินทางในปัจจุบันเป็นอย่างไร การเดินทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร และภาครัฐควรดําเนินการอย่างไร โดยใช้กระบวนการและวิธีการคาดการณ์เชิงยุทธศาสตร์(strategic foresight) ในการอธิบายภาพรวมอนาคตการเดินทางของคนเมืองในมหานครกรุงเทพ มุ่งเน้นศึกษาเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์เป็นขอบเขตการวิจัย (scoping)

จากการกวาดสัญญาณด้วยกรอบแนวคิด STEEPV เมื่อนําปัจจัยขับเคลื่อนที่มีผลกระทบสูงและความไม่แน่นอนต่ํามาประมวล สามารถวิเคราะห์เป็นภาพอนาคตฐาน (baseline future) ซึ่งเป็นพื้นฐานในการคาดการณ์อนาคตของการเดินทางในมหานครกรุงเทพ ฉายภาพอนาคตฐานได้ว่า ธุรกิจขนส่งฐานบริการของเอกชน (private MaaS) จะเป็นแพลตฟอร์มให้บริการขนส่งแบบบูรณาการ เน้นบริการรถจักรยานยนต์เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชน โดยมีการผลักดันให้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น รวมถึงผลักดันให้ยานยนต์ไร้คนขับเป็นส่วนสําคัญในการยกระดับการให้บริการขนส่งบนแพลตฟอร์ม และเมื่อนําปัจจัยการขับเคลื่อนสําคัญที่มีผลกระทบสูงและความไม่แน่นอนสูงมาวิเคราะห์เป็นภาพอนาคตทางเลือก (alternative futures) เพื่อคัดเลือกภาพอนาคตที่พึงประสงค์(preferable future) ของการเดินทางในเมือง ฉายภาพอนาคตที่พึงประสงค์ได้ว่า จะมีกิจการขนส่งฐานบริการของรัฐ (Government MaaS) ภายใต้แนวคิด Mobility as a welfare service ที่ทําให้คนเมืองเดินทางได้อย่างสะดวก มีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลายเนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะมีราคาถูก เน้นการเดินเท้าจักรยานและ micro mobility จึงเป็นอนาคตการเดินทางที่เหมาะสมสําหรับคนในมหานครกรุงเทพ

ผลการศึกษานําไปสู่การจัดทําข้อเสนอแนะนโยบายสาธารณะที่สําคัญในการสนับสนุนการเดินทางของคนเมืองให้มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม รวมถึงนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางในอนาคตที่เหมาะสม จึงมีข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรับมืออนาคตฐาน ได้แก่ ยุทธศาสตร์รับมือนวัตกรรมขนส่ง ยุทธศาสตร์คุณภาพชีวิตแรงงานภาคบริการขนส่งบนแพลตฟอร์ม และยุทธศาสตร์ความเป็นธรรมบนแพลตฟอร์ม และข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสร้างอนาคตพึงประสงค์ได้แก่ยุทธศาสตร์การพัฒนากิจการขนส่งฐานบริการของรัฐ และยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองไร้รอยต่อ (seamless connectivity) ข้อเสนอเชิงนโยบายทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่สังคมที่มีระบบขนส่งสาธารณะที่เอื้อต่อประชาชนอย่างแท้จริง

The advancement of transportation technology has greatly impacted urban mobility. Currently, the important transport innovations are ride-sharing and ride-hailing services, which are increasing in popularity and becoming a fixture of urban life across the world. These led to transport developments that align with the principles of Mobility as a Service (MaaS), autonomous driving technology, and the use of electric engines (electrification). These technologies need legislative and new infrastructural support, which needs to be developed by the government. The foresight study on urban mobility is crucial. This research aims to present the overall situation of urban mobility. The research questions aim to find the current scenario and the future of urban mobility, as well as suggestions for government policies by implementing strategic foresight method to explain the comprehensive future of urban mobility in Bangkok Metropolitan Region (BMR), focusing on the motorcycle transport as the scope of the research.

The horizon scanning process, utilizing STEEPV framework, analyses the high-impact and low-probability drivers and predicts a baseline future for predictions about the urban mobility in the BMR. The baseline future envisions private integrated transport service platforms (private MaaS) that focus on motorcycle services that are connected to public transportation as well as a push for increased used of electrical motorcycles and automated vehicles to enhance the transport platforms’ services. While the analysis of critical uncertainties reveals alternative futures which then can be selected as a preferable future. The preferable future shows a Government Mobility as a Service (MaaS) guided by the idea of mobility as a welfare service that allows for convenient urban transport with diverse and cheap public transportation, alongside an increased pedestrian, biking, and micro mobility as a suitable future of urban mobility in the BMR.

The results will be used in creating crucial public policy proposals to support efficient and fair urban transport as well as appropriate policies for the future of urban mobility. The policy proposals for the baseline future consists of transport innovations response strategy, transport services’ labor welfare strategy, and platform fairness strategy. The policy proposals for the preferable future are the Government MaaS strategy and the connectivity for seamless urban mobility strategy. The policy proposals will enable Thailand to become a society where public transport truly benefits the people.