กลุ่มความเชื่อและคุณธรรมศึกษา>ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันและอนาคต
ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันและอนาคต
โพสต์ เมื่อ 29 มีนาคม 2021

ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันและอนาคต

เราลองมาดูมุมมองของ “ชาวดิจิทัล” ต่อทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เทคโนโลยีที่ช่วยในการทำงาน และลักษณะการทำงานที่ดี คนรุ่นใหม่เขาคิดอย่างไรกัน?

สำหรับชาวดิจิทัลในเขตกรุงเทพฯ ได้มีมุมมองต่อทักษะที่จำเป็นในการทำงานในยุคปัจจุบัน โดยสะท้อนผ่านเทคนิคการรวบรวมคำศัพท์สรุปได้ว่า

ในกลุ่มอายุ 19-23 ปี ซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน คิดว่าทักษะการใช้เทคโนโลยีมีผลต่อทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคตมากที่สุด โดยทักษะการใช้เทคโนโลยีจะรวมไปถึงความเข้าใจในเทคโนโลยี โปรแกรมการตกแต่งรูปภาพและการวิเคราะห์ทางสถิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

นอกจากทักษะการใช้เทคโนโลยีที่กลุ่มอายุ 19-23 ปี คิดว่ามีผลต่อการทำงานในอนาคตแล้วยังคิดว่า การสื่อสารและความรู้ทางการบัญชี ยังมีผลต่อทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคตมากเช่นเดียวกัน ส่วนปัจจัยที่มีผลต่อทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในอนาคตค่อนข้างน้อยในความคิดของกลุ่มอายุ 19-23 ปี คือ การเป็นผู้นำ, ความขยัน และความรับผิดชอบ ซึ่งกลุ่มอายุ 19-23 ปี เป็นช่วงที่ศึกษาในระดับของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในอาชีพ

ในขณะเดียวกันยังมีกลุ่มอายุ 24-38 ปี ที่เป็นวัยที่มีการลงมือทำงานจริง ๆ มีประสบการณ์ในการทำงาน จะนำปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงานมาเป็นบรรทัดฐานว่า ทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันนั้น จะต้องมีอะไรบ้าง ทั้งนี้ ในกลุ่มอายุ 24-38 ปี จะแบ่งเป็นกลุ่มอายุที่เพิ่งเริ่มทำงานคือกลุ่มอายุ 24-29 ปี และกลุ่มอายุที่มีการทำงานมาเป็นเวลานานคือ กลุ่มอายุ 30-38 ปี ดังนั้นผลการสำรวจความคิดเห็นที่มีต่อทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบัน

สำหรับกลุ่มอายุ 24-29 ปี คิดว่าภาษามีผลต่อทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ หรือถ้าเป็นไปได้ก็ควรที่จะมีภาษาที่สามเพิ่มด้วย นอกจากนี้ยังคิดว่าทักษะการบริหารจัดการ และการใช้เทคโนโลยี ก็มีผลต่อทักษะที่จำเป็นในการทำงานในปัจจุบัน เช่นเดียวกัน

ในขณะเดียวกันนั้นกลุ่มอายุ 30-38 ปี คิดว่า การใช้เทคโนโลยีมีผลต่อทักษะการทำงานมากที่สุด ซึ่งจะหมายถึงการใช้เครื่องมือต่าง ๆ ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงการใช้โปรแกรม Microsoft Excel เป็นต้น ซึ่งกลุ่มอายุ 30-38 ปี เป็นกลุ่มคนที่เกิดในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ได้ถูกพัฒนามากเท่าไร แต่เมื่อเข้าสู่ยุคสมัยที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นจึงทำให้กลุ่มคนการใช้เทคโนโลยีมีผลมากที่สุดต่อทักษะที่จำเป็นในการทำงาน นอกจากนี้กลุ่มอายุ 30-38 ปี ยัง คิดว่า ภาษาและการการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกันต่อการทำงานในปัจจุบัน

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่า ทั้ง 2 กลุ่มช่วงอายุมีความเห็นที่ตรงกันว่าทักษะการใช้ภาษาและทักษะการใช้เทคโนโลยี เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการทำงานในปัจจุบันมากที่สุด โดยเฉพาะทักษะการใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเข้ามาช่วยในการมีบทบาทในการทำงานมากขึ้น

ส่วนเมื่อพิจารณาทักษะที่จำเป็นในการทำงานในมุมมองของชาวดิจิทัลในจังหวัดนครพนมและจังหวัด เชียงใหม่ จะเห็นได้ว่ายังคงเกี่ยวข้องกับทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะด้านภาษา และทักษะด้านการสื่อสาร เช่นเดียวกับชาวดิจิทัลในเขตกรุงเทพฯ ทั้งนี้ เนื่องจากทักษะเหล่านี้มีลักษณะเป็นสากล ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น ชาวดิจิทัลในพื้นที่ใดก็ตาม หากทำงานภายใต้บริบทของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงโดยมีเทคโนโลยีเป็นตัวผลักดัน จึงมีแนวโน้มที่ชาวดิจิทัลจะมีความเห็นต่อทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในยุคปัจจุบันในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าชาวดิจิทัลในจังหวัดนครพนมในช่วงอายุก่อนเข้าสู่วัยทำงาน มีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับทักษะด้านการสื่อสาร และทักษะด้านภาษามากกว่าในส่วนของเทคโนโลยี ในขณะที่ชาวดิจิทัลในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในช่วงวัยทำงานตอนปลาย ค่อนข้างให้ความสำคัญกับทักษะด้านเทคโนโลยีมากกว่า



สำหรับมุมมองของชาวดิจิทัลที่มีต่อการใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำงานนั้น ในมุมมองชาวดิจิทัลใน กรุงเทพฯ

กลุ่มอายุ 24-29 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานตอนต้นคิดว่าเทคโนโลยีช่วยในเรื่องของความสะดวก รวดเร็ว ในการทำงาน นอกจากนี้ชาวดิจิทัลกลุ่มอายุ 24-29 ปี ยังคิดว่าเทคโนโลยีช่วยในเรื่องของการประหยัด ซึ่งจะหมายถึง การลดขั้นตอนการทำงาน ลดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ การลดพื้นที่จัดเก็บเอกสาร การประหยัดทรัพยากรบุคคล การลดภาระงาน หรือรวมไปถึงการลดความเสี่ยงในการทำงานอีกด้วย

ส่วนกลุ่มอายุ 30-38 ปี คิดว่าเทคโนโลยีช่วยในเรื่องของความสะดวก รวดเร็ว ช่วยให้ติดต่อสื่อสารได้สะดวกขึ้น ประหยัดเวลาและทำงานเสร็จเร็วมากขึ้น นอกจากนี้กลุ่มอายุ 30-38 ปี ยังคิดว่าเทคโนโลยีช่วยในเรื่องของการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดในการทำงานน้อยที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มอายุ 24-29 ปี คิดว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในเรื่องของการหาช่องทางการประกอบอาชีพและความปลอดภัยน้อยมาก ๆ ส่วนกลุ่มอายุ 30-38 ปี คิดว่าเทคโนโลยีมีส่วนช่วยในเรื่องของความแม่นยำ และประสิทธิภาพของงานค่อนข้างน้อย เนื่องจากงานที่มีคุณภาพที่ดีอาจจะต้องเริ่มจากกระบวนการคิดของคนก่อนเป็นอันดับแรก ถึงจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมให้งานให้สำเร็จได้เร็วขึ้น

ส่วนสำหรับชาวดิจิทัลในจังหวัดนครพนมและจังหวัดเชียงใหม่นั้น มีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า เทคโนโลยีมีส่วนช่วยในการทำงานอย่างมากในเรื่องความรวดเร็ว อีกทั้งความสะดวก

แต่ยังได้สะท้อนมุมมอง ในประเด็นเรื่องความประหยัดไว้อย่างชัดเจนเหมือนชาวดิจิทัลในเขตกรุงเทพฯ

ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีของประชากรในสองพื้นที่นี้ ข้อจำกัดในการลงทุนกับอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย ทั้งในระดับองค์กร และในระดับบุคคลที่ต้องเป็นผู้เสาะแสวงหาสิ่งเหล่านี้ด้วยตนเองซึ่งมีความแตกต่างจากชาวดิจิทัลในกรุงเทพฯ อย่างเห็นได้ชัด

เมื่อมีสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำงานแล้ว กลุ่มคนที่อยู่ในวัยของการทำงานยังจำเป็นต้องมีลักษณะการทำงานที่ดี เพื่อส่งเสริมให้คนที่เป็นแกนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน