กลุ่มนโยบายสาธารณะและกฎหมาย>น-อนาคตชาวนา-ชาวสวนรายเล็ก-นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ
น-อนาคตชาวนา-ชาวสวนรายเล็ก-นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ
ผู้วิจัย : ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ   โพสต์ เมื่อ 01 สิงหาคม 2022

วัตถุประสงค์หลักของรายงานวิจัย คือการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของภาคเกษตรและเกษตรกรไทยในอดีตปัจจุบัน ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกและการปรับตัวของเกษตรกร รวมทั้งความท้าทายต่างๆ ที่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรไทยโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและแนวโน้มการลดลงของแรงงานภาคเกษตร การฉายภาพอนาคตของภาคเกษตรและเกษตรกรรายเล็กใน 20 ปีข้างหน้า รวมทั้งการเสนอยุทธศาสตร์สนับสนุนการปรับตัวของเกษตรกรรายเล็กตามเป้าประสงค์ในการเพิ่มผลิตภาพและรายได้ของเกษตรกรรายเล็กให้ใกล้เคียงรายได้จากการประกอบอาชีพนอกเกษตร และการรักษาหรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรอย่างยั่งยืน

ขอบเขตการศึกษา ครอบคลุมเกษตรกรรายเล็กที่ปลูกข้าว ผักและไม้ผล รวมทั้งเกษตรกรบนพื้นที่สูงในจังหวัดภาคเหนือ ชาวนาและชาวสวนรายเล็กมีพื้นที่เกษตรไม่เกิน 20 ไร่ ส่วนเกษตรกรบนที่สูงจะมีพื้นที่การเกษตรมากกว่า 50 ไร่

วิธีการศึกษาวิจัย มี 4 ส่วน ส่วนแรก ได้แก่ ก) การกวาดสัญญาณในตลาดโลกด้านการค้าเสรีการบริโภคข้าว และเทคโนโลยี ข) การสรุปภาพการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาคเกษตร (agricultural transformation) ค) ตอนที่สาม เป็นการศึกษาแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทย และ ง) การใช้และความคุ้มค่าของเทคโนโลยี กับเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่วนที่สอง ประกอบด้วย ก) การพยากรณ์เกษตรกรในอนาคต 10 ปีข้างหน้า และ ข) การคาดคะเนผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อผลผลิตการเกษตรในอนาคต และส่วนที่สาม เป็นการศึกษาอนาคตของเกษตรกรรายเล็กผู้ปลูกข้าว ผักและไม้ผล และเกษตรกรบนที่สูง

ผลการศึกษาโดยสรุป

ความสามารถในการแข่งขันการส่งออกของประเทศไทยเทียบกับประเทศคู่แข่ง ในช่วงปี 2555-2562 พบว่า ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะข้าวทุกชนิดที่ค่า normalized RCA ลดลง ขณะที่คู่แข่งมีค่า RCA เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เพราะผลผลิตต่อไร่ของไทยในช่วง 15 ปีมีแนวโน้มทรงตัวและต่ํากว่าประเทศในเอเซีย รวมทั้งประเทศที่มีระดับการพัฒนาเกษตรต่ํา ในด้านผักและผลไม้ สถานะความสามารถในการแข่งขันพอใช้ได้การพยากรณ์แรงงานเกษตรในอนาคต ประเด็นที่น่าสนใจ คือการเพิ่มทุนในภาคเกษตร ทําให้แรงงานในภาคเกษตรลดลงแต่ผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น เพราะสัดส่วน ชั่วโมงทํางานของผู้มีทักษะสูง/การศึกษาสูง มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนของชั่วโมงทํางานของแรงงานทักษะต่ําลดลง นัยเชิงนโยบายที่สําคัญ คือการเพิ่มการลงทุนในภาคเกษตร และเพิ่มการลงทุนด้านการศึกษาและทักษะของแรงงานเกษตร

การคาดคะเนจำนวนประชากรบนที่สูง ผลการพยากรณ์พบว่า ใน 20 ปีข้างหน้า จำนวนประชากรบนที่สูงจะยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มค่อนข้างช้า (เทียบกับอดีต) โดยจำนวนประชากรที่มากที่สุด คือ ประชากรในวัย 25-44 และ 45-64 ปี

การศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate change) ผลการพยากรณ์พบว่า ผลผลิตข้าวโดยรวม และผลผลิตข้าวต่อไร่จะลดลงในระหว่างคศ. 2000-2039 โดยที่ผลผลิตข้าวในฉากทัศน์ RCP 8.5 จะลดลงมากกว่ากรณี RCP 4.5 และครัวเรือนเกษตรรายใหญ่จะมีผลผลิตลดลง ขณะที่ครัวเรือนขนาดเล็กจะยังคงสามารถสามารถปรับตัวรักษาระดับผลผลิตให้สูงขึ้นได้

การสร้างฉากทัศน์ในอนาคต 20 ปี ข้างหน้า ฉากทัศน์ที่พึงปรารถนาของชาวนาไทยรายเล็ก คือ ฉากทัศน์ที่ 4 พันธมิตรธุรกิจข้าวสมัยใหม่ด้วยองค์กรธุรกิจเพื่อสังคม มีผลิตภัณฑ์ข้าวหลากชนิด แต่การเคลื่อนตัวสู่ฉากทัศน์นี้ยากกว่าการเคลื่อนตัวสู่ฉากทัศน์ที่ 2 คือ ชาวนาไฮเทครายใหญ่ ทำนาในที่ดินขนาดใหญ่ ใช้ความรู้ เทคโนโลยี ทำเกษตร นโยบายและยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนจากฉากทัศน์ปัจจุบันสู่ฉากทัศน์ที่ 2 ได้แก่ เพิ่มการลงทุนด้านการพัฒนาพันธุ์ข้าว การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตข้าวให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการวิจัยด้านการตลาด โดยปรับวัตถุประสงค์การอุดหนุนชาวนา นำเงินอุดหนุนบางส่วนมาส่งเสริมความรู้ที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ การปรับเปลี่ยนจากการค้าข้าวตลาดมวลชนมาเป็นการค้าสำหรับตลาดเฉพาะ (Niche markets)

ฉากทัศน์อนาคตชาวสวนผักและไม้ผลรายเล็ก ได้มีฉากทัศน์ที่พึงประสงค์ เกษตรกรผู้ประกอบธุรกิจสีเขียว (All Green Entrepreneur) นโยบายขับเคลื่อนไปสู่ฉากทัศน์ดังกล่าวนี้ ควรมีการพัฒนาและการขับเคลื่อนกลุ่มเกษตรกรในระดับสถาบันและสร้างกลไกมืออาชีพในแต่ละนิเวศเกษตร โดยมีเป้าหมายร่วม เกษตรกรผักไม้ผลรายเล็กก้าวสู่ระบบการผลิตการค้าแบบ “เกษตร 4.0” สามารถยกระดับสภาพแวดล้อมสังคม รายได้และเศรษฐกิจแบบยั่งยืนด้วยกัน

ฉากทัศน์อนาคตเกษตรกรบนที่สูง ฉากทัศน์ “เกษตรและธุรกิจสีเขียวของหนุ่มสาว” เป็นฉากทัศน์ที่พึงประสงค์สูงสุด นโยบายที่จะสนับสนุนการปรับเปลี่ยนมีมิติทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ได้แก่ การสร้างทางเลือกอาชีพเกษตรผสมผสาน การรวมกลุ่มเกษตรกร การสร้างทางเลือกสำหรับการผลิตเกษตรพื้นที่สูง พัฒนาระบบกลไก สร้างแรงจูงใจและการขยายโอกาสการเพิ่มรายได้ครัวเรือน และมิติด้านกฎหมายและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ มาตรการสร้างการมีส่วนร่วม ตลอดจนความชัดเจนการใช้ประโยชน์ที่ดินลุ่มน้ำชั้น 1-2 การสร้างแรงจูงใจในสร้างและพัฒนาระบบเกษตรที่สร้างพื้นที่สีเขียวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาตรการเพื่อการหนุนเสริมเพื่อให้ชุมชนทำหน้าที่ในการดูแลพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1-2 และควรมีการปรับเปลี่ยนมาตรการ/ระเบียบ การใช้ประโยชน์ที่ดินที่มีความยืดหยุ่น

The main objective of this study is to offer strategic foresight for the small farmers in the next 20 years, and identify the policy strategies that could facilitate the farmers’ adaptation and agricultural transformation toward the desired scenario which will bring about higher farm income in a sustainable way.

The specific objectives are :to study agricultural transformation and farmers’ adaptation from the past to the present, including comparative advantages of Thai agricultural products;

  • to study the challenges facing Thai farmers and agriculture, with focus on climate change and the decline of agricultural labor, particularly young farmers.
  • to generate future scenarios of Thai agriculture and small farmers.
  • to present strategies to accommodate adaptation of small farmers to close the productivity and income gap between small farmers and workers outside the agricultural sector, and,
  • to maintain or increase comparative advantages of the sector in a sustainable way.

The scope of the research covers small farmers who grow rice, fruits and vegetables (<20 rai), and those (with land holding of 50 rai or more) in mountainous areas in the north of Thailand

A number of research methods is employed.

  1. the horizontal scanning of the global market. free trade, global rice consumption, and technological innovations.
  2. Synthesis of agricultural transformation.
  3. Normalized revealed comparative advantage.
  4. The adoption of technology by Thai farmers, particularly the new generation.
  5. A 20-year forecast of farmers’ working hours, average wage, categorized by 2 education levels, using the economy production, and a 20-year forecast of number of population, using age-specific fertility and migration assumptions.
  6. An estimate of the future impact of climate change, using farm household production function model.
  7. Strategic foresight combined with Delphi.

Research findings on the comparative advantage of every type of Thai rice export show that it is evidently in decline, as evidenced by the estimated normalized RCA compared with those of competitors. One of the main reasons is that rice yield has remained stable over the past 15 years and is lower than in Asian countries.

The findings in the forecast of agricultural labor in the next 20 years. This study suggests that investment in the agri-sector, especially in physical capital, technology as well as education and skills of farmers, would be critical for the future growth of Thai agriculture because skilled labor and capital are complementary.

The forecast of population living in the mountains shows a decrease in all three scenarios. In next 20 years, the largest groups of population will be in the age range of 25-44 years and 45-64 years. Therefore, it is possible to use production methods with higher labor-capital ratio.

Climate change impact on rice study shows that both overall production and yield of rice decrease between the year 2000-2039, and decrease more dramatically in RCP 8.5 scenario compared to that of RCP 4.5. Rice production and productivity of larger land-holding farmers would decrease, while that of smallholders will surprisingly increase, implying that small farmers may be more capable to adapt to climate change.

Future of small farms: The preferable scenarios generated by stakeholders is Scenario Four – “Modern rice business partnerships with focus on social responsibility”. There is the greatest number of young farmers in this scenario than in the other scenarios, with a great diversity of rice products. Modern knowledge is used in farm production, processing, and marketing. Both biotechnology and digital technology are harnessed. Most stakeholders prefer this scenario though it is more difficult to achieve than the second, (scenario two) - “Large scale farmers with high-technology. Important policy and strategy for moving toward Scenario Four are:

  1. Increase investment in development of rice breeds
  2. Increase efficiency of production methods
  3. Market research for farmers. These can be achieved by reallocating some of the public funding for farmer subsidies to the development of knowledge which is appropriate for local conditions; and shifting focus from mass market to niche market goals.

Future of small fruits and vegetables farmers: The preferable scenarios is “All Green Entrepreneurs” Policy recommendations for small fruits and vegetables farmers are: Policy support for the creations of professional institutions and mechanisms for specific agri-system and ecosystems, Policy for farmers-business partnership formation, These mobilizations should have the common goal of increasing the livelihood and net income of small farmers.

Future of Small Farmers in Mountainous Areas: The preferable scenario is Scenario Two – Young people’s farming and green businesses. Policies supporting these transitions include socioeconomic policies and, regulatory and environmental policies.